" />

วันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

โดราเอม่อนกับโนบิตะลุยไบโอฮาซาร์ด Muda ni Kaizouban [เนื้อเรื่องส่วนที่ 5]

บทความนี้เป็นเนื้อหาส่วนที่ 5 ของเนื้อเรื่องเกมโดราเอม่อนกับโนบิตะลุยไบโอฮาซาร์ดภาคมุดะนิไคโซวบัง ซึ่งควรจะอ่านเนื้อเรื่องส่วนที่ 4 ที่ โดราเอม่อนกับโนบิตะลุยไบโอฮาซาร์ด Muda ni Kaizouban [เนื้อเรื่องส่วนที่ 4] มาก่อนหน้านั้นแล้ว

เนื้อหาส่วนที่ 5 จะเล่าเหตุการณ์ในส่วนของคลิปนี้..




 

เนื้อหาในบทความนี้จะเริ่มกลับเข้ามาในเนื้อเรื่องส่วนของโดจินแล้ว หลังจากที่ตัวเกมทำเรื่องยืดมานาน (ฮา) แต่ก็นะ..โดยส่วนตัวแล้วเราเองก็ชอบอ่านอะไรที่มันยาว(แล้วเข้าใจ) มากกว่า และอีกอย่างคือเป้าหมายหลักของบทความในบล๊อกนี้ก็เพื่อเปิดเผยเนื้อเรื่องในส่วนที่โดจินไม่มีด้วยนั่นแหละ ก็ถ้าอ่าน + แปลผิดบ้างก็ขออภัย =w=


พบกันอีกครั้งที่โรงเรียนแห่งนี้


ความเดิมตอนที่แล้วหลังจากที่โนบิตได้ฟื้นขึ้นมาในห้องพยาบาลและอ่านข้อความที่เซย์นะฝากทิ้งเอาไว้แล้ว เขาจึงได้เดินทางไปยังห้องควบคุมของ รปภ. อีกครั้งเพื่อเอาการ์ดที่เขาได้ไปทำให้เครื่องควบคุมชัตเตอร์ที่ปิดกั้นทางขึ้นบันไดระหว่างชั้น 2 กับชั้นที่ 3 เปิดออก แต่ดูเหมือนว่าทางที่ขึ้นไปบนชั้น 4 ยังปิดอยู่





ในระหว่างนั้นเองที่ชิสุกะได้โทรติดต่อมาหาโนบิตะบอกว่า เธอกับเซย์นะที่ไปด้วยกันได้พบวิธีการปลดล๊อคประตูฉุกเฉินที่ใช้เดินทางต่อไปยังเส้นทางภูเขาหลังโรงเรียน ซึ่งเป็นหนังสือคู่มือที่เธอพบแถวๆโกดังที่สนามโรงเรียน





โนบิตะจึงรู้สึกดีใจที่ได้ยินเสียงของชิสุกะว่าเธอยังปลอดภัยดี แถมยังหาวิธีเปิดทางหนีออกจากโรงเรียนได้แล้ว




และในตอนนั้นเองโนบิตะก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นผ่านมาทางโทรศัพท์ที่เขาใช้คุยกับชิสุกะพร้อมกับได้ยินเสียงของเซย์นะบอกว่า "รีบไปจากที่นี่เร็วเข้า ชิสุกะจัง พวกมันบุกเข้ามาแล้ว!"




ดูเหมือนว่าทางฝั่งชิสุกะกับเซย์นะกำลังต่อสู้กับอะไรบางอย่าง ชิสุกะจึงรีบตัดบทว่าเดี๋ยวโทรไปหาทีหลังก่อนที่จะวางสายไป



ถึงแม้ว่าโนบิตะจะเข้าใจสถานการณ์ดีแต่ก็ยังเป็นห่วงชิสุกะกับเซย์นะอยู่ลึกๆ หลังจากนั้นเขาจึงได้ออกจากห้องควบคุมแล้วมุ่งหน้าขึ้นไปยังชั้น 3 ของโรงเรียน และพังประตูเข้าไปในห้องคอมพิวเตอร์เพื่อสำรวจสิ่งของ และเขาก็ได้กุญแจดอกเล็กมาจากศพผู้ชายคนหนึ่งในห้องคอมพิวเตอร์


เขาได้เดินทางสำรวจห้องต่างๆบนชั้น 3 สักพัก จนกระทั่งเขาได้เดินสำรวจไปจนถึงห้องเก็บอุปกรณ์วิทยาศาสตร์และที่นั่นเองเขาก็ได้พบกับคนที่เขาคุ้นเคยอีกครั้ง




"ด.....โดราเอม่อน!"

โนบิตะเรียกชื่อเขาอย่างดีใจ..ซึ่งโดราเอม่อนเองก็ทักทายเขาเช่นกันและรู้สึกดีใจที่โนบิตะยังปลอดภัยดี




ซึ่งเนื้อหาส่วนนี้จะเห็นว่าวกกลับมาที่โดจินอีกครั้งหลังจากที่โนบิตะ(ในโดจินจะมีเซย์นะอีกคน)ได้ยินเสียงสัตว์ประหลาดดังออกมา ก็รีบมุ่งหน้าไปยังที่มาของเสียงและได้พบกับโดราเอม่อนกับยาสุโอะพอดี


ซึ่งเป็นสิ่งที่ยืนยันในระดับหนึ่งว่าโดจินนี้ทำออกมาโดยการใช้ข้อมูลของเกมภาคมุดะนิ ไคโซวบังนั่นเอง เพราะถ้าหากเป็นภาคออริจินอลจะเป็นฉากที่เซย์นะดูแลยาสุโอะแทน (ล้อเลียน RE1 คือ รีเบคก้าดูแลริชาร์ดตอนโดนงูพิษกัน)

หลังจากนั้นโนบิตะก็พบว่ายังมีอีกคนที่นอนอยู่ใกล้ๆกับโดราเอม่อนซึ่งเขาก็คือ "ทานากะ ยาสุโอะ" เพื่อนของโนบิตะที่สวมหมวกตลอดเวลานั่นเอง เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกอะไรบางอย่างทำร้าย






ยาสุโอะพยายามฝืนร่างกายและบอกเตือนกับโนบิตะว่าที่โรงเรียนแห่งนี้ไม่ปลอดภัยแล้ว ขอให้โนบิตะรีบหาทางออกไปจากที่จะดีกว่า


โดราเอม่อนจึงได้ต่อว่ายาสุโอะ (เหมือนกับที่เซย์นะว่ายาสุโอะในภาคออริจินอล) ว่าอย่าพึ่งฝืนเลยเพราะตอนนี้เขาบาดเจ็บสาหัสมาก 



แล้วก็บอกกับโนบิตะว่าดูเหมือนเขาจะโดนอะไรบางอย่างที่มีขนาดใหญ่และมีกรงเล็บทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสแถมเลือดยังไม่หยุดไหลราวกับติดพิษบางอย่างด้วย






ยาสุโอะยังพยายามฝืนพูดต่อและบอกว่าเขาถูกสัตว์ประหลาดยักษ์ที่มีลักษณะเหมือนกับกิ้งก่ายักษ์ทำร้ายเอา





พอได้ยินคำว่ากิ้งก่ายักษ์ โนบิตะจึงรู้สึกตกใจมากและนึกถึงเจ้าตัวที่อยู่ในโรงยิม เขาเดาได้ว่าท่าทางเจ้าตัวอันตรายตัวนั้นคงจะหลุดออกมาเพ่นพ่านในโรงเรียนเสียแล้ว




โดราเอม่อนยังบอกต่ออีกว่า..ตอนนี้ยาสุโอะต้องการยาสำหรับแก้พิษอย่างเร่งด่วน และเขาก็ไม่มีของที่สามารถนำมาช่วยได้ในตอนนี้เสียด้วย บางทีที่ห้องพยาบาลอาจจะมียาแก้พิษอยู่ แต่เขาคงจะทิ้งให้ยาสุโอะนอนเลือดไหลไม่หยุดอยู่ที่นี่คนเดียวไม่ได้




โนบิตะได้ยินดังนั้นจึงอาสาออกไปเอายาแก้พิษที่ห้องพยาบาลที่ชั้น 1 มาให้เอง



เมื่อได้ยินดังนั้นโดราเอม่อนจึงฝากหน้าที่ไปเอายาแก้พิษที่ห้องพยาบาลไว้กับโนบิตะ และพอโนบิตะออกจากห้อง เขาก็พึ่งฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า 

"กิ้งก่ามันมีพิษด้วยเหรอ? แล้วมันจะมียาแก้พิษของกิ้งก่าที่ไม่ค่อยได้พบเจอกรณีคนติดพิษกิ้งก่าบ่อยไหมเนี่ย?"


ด้วยความสงสัยเขาจึงรีบโทรติดต่อไปหาเดคิสุงิที่เป็นอัจฉริยะของห้อง



เดคิสุงิจึงรับสาย และโนบิตะก็ได้สอบถามข้อมูลว่า กิ้งก่ามันมีพิษด้วยเหรอ แล้วเขาจะหายาแก้พิษที่ห้องพยาบาลได้ไหม


เมื่อได้ยินคำถามนั้น เดคิสุงิก็รู้สึกตกใจเล็กน้อยพร้อมกับบอกว่ามันก็มีกิ้งก่าบางชนิดที่มีพิษเหมือนกันนั่นแหละ พร้อมกับย้อนถามกลับด้วยความสงสัยวโนบิตะอยากจะรู้ไปทำไม


โนบิตะจึงบอกเรื่องเกี่ยวกับที่เขาได้พบกับยาสุโอะและโดราเอม่อนและบอกกับเดคิสุงิว่า ยาสุโอะถูกกิ้งก่าทำร้ายมาและบาดแผลไม่ยอมหยุดไหลเลย จึงเป็นกังวลว่ายาสุโอะจะถูกพิษกิ้งก่าเล่นงานเอา


หลังจากที่เดคิสุงิทราบเรื่อง เขาก็อธิบายต่อว่าเรื่องยาแก้พิษไม่ต้องห่วงหรอกเพราะว่า ยาห้ามเลือดที่ห้องพยาบาลมีนั้นมีคุณสมบัติแก้พิษในตัวอยู่แล้ว แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือเขาติดพิษมานานเท่าไหร่แล้ว เพราะถ้าทิ้งไว้นานเกินไปอาจจะเสียเลือดจนตายได้


หลังจากโนบิตะทราบเรื่องจึงรีบมุ่งหน้าไปที่ห้องพยาบาลทันที ซึ่งตอนเล่นเกมถ้าหากสังเกตที่มุมซ้ายบนจะมีตัวเลขนับถอยหลังเป็นเวลา 3 นาที หลังจากที่วางสายจากเดคิสุงิ ซึ่งนั่นคือเส้นตายของยาสุโอะนั่นเอง ดังนั้นโนบิตะจึงมีเวลา 3 นาทีในการช่วยเพื่อนให้ได้

**ถ้าหากไม่สามารถนำยารักษามาได้ทันเกมจะโอเวอร์ทันที เพราะภาคนี้มีฉากจบแบบเดียว **


โนบิตะจึงรีบไปที่ห้องพยาบาลเพื่อที่จะนำยาห้ามเลือดออกมาจากตู้ยาแต่ปรากฏว่าตู้ยานั้นล็อกอยู่เขาไม่สามารถหยิบออกมาได้ และด้วยความโชคดีที่เขาจำได้ว่าเขาเก็บกุญแจดอกเล็กบางอย่างที่อยู่ในห้องคอมพิวเตอร์ออกมาก่อนหน้านั้นแล้ว เขาจึงลองใช้มันไขตู้ยาดูและสามารถเปิดมันออกมาได้



โนบิตะจึงรีบวิ่งกลับไปหายาสุโอะที่อยู่ในห้องเก็บอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ทันที ซึ่งเขารู้สึกดีใจมากที่ได้เห็นหน้าโนบิตะ



หลังจากที่โดราเอม่อนใช้ยาเทใส่บาดแผลของยาสุโอะแล้ว ยาสุโอะก็ร้องด้วยความเจ็บปวดก่อนที่จะหลับตาและนอนแน่นิ่งไป โนบิตะจึงรู้สึกกังวลมากขึ้น



โดราเอม่อนบอกว่ายาสุโอะไม่เป็นอะไรแล้ว เขาแค่หลับไปเพราะฤทธิ์ยาและความเหนื่อยล้าแค่นั้น



หลังจากนั้นโนบิตะกับโดราเอม่อนก็ได้ช่วยกันแบกร่างของยาสุโอะมานอนที่ห้องพยาบาลชั้น 1 และในตอนนั้นเองดูเหมือนว่าเดคิสุงิจะตามมาสมทบพอดี เขาจึงรู้สึกดีใจมากที่เห็นว่าโดราเอม่อนปลอดภัยดี



หลังจากที่เรื่องวิกฤติผ่านพ้นไป เดคิสุงิก็เริ่มเอ่ยถามถึงเพื่อนกลุ่มอื่นๆ โนบิตะบอกว่าเขาพึ่งได้รับโทรศัพท์จากพวกไจแอนท์กับสุเนโอะจะระหว่างทางว่าพวกเขาจะตามมาสมทบในอีกไม่ช้า


แต่ว่ายังไม่มีการตอบกลับจากฝั่งของชิสุกะกับเซย์นะเลย ทำให้เดคิสุงิเริ่มเป็นห่วงสองสาวหน่อยๆ



เมื่อได้เห็นท่าทีดังนั้นโดราเอม่อนจึงได้แอบแซวว่า ดูท่าทางพวกนายนี่ร่วมมือกันเป็นงานเป็นการดีโดยที่ไม่ต้องให้เขาช่วยอะไรเลยล่ะมั้งเนี่ย




พอได้ยินโดราเอม่อนพูดดังนั้น เขาก็พึ่งนึกขึ้นได้ว่า ตอนนี้โดราเอม่อนก็อยู่ตรงนี้แล้วนี่นา ถ้างั้นเรื่องทุกอย่างก็คงจะจบแล้วเพราะว่าโดราเอม่อนสามารถเอาของวิเศษออกมาจากกระเป๋า 4 มิติได้ 




แต่โดราเอม่อนก็บอกว่าขอโทษด้วย กระเป๋ามันขาดตอนที่เขาเอาตัวเองบังแม่ของโนบิตะไว้ อีกทั้งกระเป๋าสำรองและไทม์แมชชีนก็ใช้การไม่ได้ทั้งหมดด้วย


พอโดราเอม่อนพูดถึงเรื่องแม่ของโนบิตะ โนบิตะจึงนึกขึ้นได้ จึงถามโดราเอม่อนว่าแล้วแม่ของเขาตอนนี้เป็นยังไงบ้าง




คำตอบของโดราเอม่อนคือสีหน้าที่ดูเศร้าหมองกับความเงียบเท่านั้น




ตรงนี้เองก็เป็น 1 ในเนื้อหาที่คนเขียนโดจินนำมาวาดเป็นฉากแฟลชแบ๊ค (Flash Back) ในช่วงที่เจอกับโดราเอม่อนครั้งแรก (ก่อนที่จะย้ายยาสุโอะมา) ว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งก็คือภาพที่โดราเอม่อนตัดสินใจใช้ปืนอัดอากาศยิงแม่โนบิตะจนตายนั่นเอง







โนบิตะคงจะเข้าใจดีในความหมายที่โดราเอม่อนอยากจะพูด แต่กลับพูดไม่ออก... เขายังคงทำใจไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าเรื่องทุกอย่างทำไมมันถึงเป็นแบบนี้



เดคิสุงิเองก็อยากจะหาคำพูดปลอบใจโนบิตะอยู่แต่เขาคิดว่าปล่อยให้เขาทำใจแบบเงียบๆไปสักพักแบบนี้จะดีกว่า แต่ในเวลาไม่นานนักเสียงโทรศัพท์มือถือของโนบิตะก็ดังขึ้น และพบว่าคนที่โทรมาหาโนบิตะก็คือเซย์นะนั่นเอง



โนบิตะจึงถามเซย์นะไปว่าเกิดอะไรขึ้น เซย์นะก็บอกว่าตัวเองน่ะปลอดภัยดีแต่...


โนบิตะได้ยินคำนั้นจึงถามเซย์นะต่อว่าแต่..เนี่ย มันเกิดอะไรขึ้น?


เซย์นะบอกว่าชิสุกะน่ะได้รับบาดเจ็บ ตอนที่กำลังหนีพวกซอมบี้ และพวกเธอก็หลบหนีเข้ามาอยู่แถวห้องเก็บของฝั่งตรงข้ามสนามเด็กเล่น



เมื่อได้ยินดังนั้นโนบิตะก็ยิ่งเป็นห่วงชิสุกะเข้าไปใหญ่ว่า ชิสุกะจังเป็นอะไรมากไหม?




เซย์นะจึงตอบว่า แค่ข้อเท้าแพลงทำให้เดินต่อไม่ไหว จึงต้องหลบมาอยู่ในห้องเก็บของนี้ก่อนและโชคดีที่พวกซอมบี้นั้นไม่รู้ตัวว่าพวกเธอซ่อนตัวอยู่ในนี้ แต่คงออกไปได้ลำบากเพราะว่าพวกซอมบี้เดินเพ่นพ่านกันเต็มสนามเลย คงต้องอยู่ที่นี่สักพัก และขอให้พวกโนบิตะพาคนมาช่วยพวกเธอออกไปด้วย


โนบิตะที่ทราบเรื่องจึงบอกว่า เดี๋ยวเรื่องนั้นจะรอให้พวกไจแอนท์กลับมากันก่อนแล้วจะมุ่งหน้าตรงไปช่วยทันที


ซึ่งเซย์นะก็ตอบกลับว่าขอฝากด้วย ก่อนที่จะวางสายไป


โนบิตะจึงได้กลับมารายงานสถานการณ์ให้เดคิสุงิกับโดราเอม่อนฟังว่า ตอนนี้พวกเซย์นะกับชิสุกะยังปลอดภัยแต่ชิสุกะนั้นข้อเท้าพลิกจนเดินต่อไม่ได้


เดคิสุงิได้ยินดังนั้นเลยถามว่า จะไปช่วยพวกเธอเลยใช่ไหม?


 

โนบิตะบอกว่า รอให้ทุกคนมารวมตัวกันก่อนเพราะว่าฝั่งโน้นยังโชคดีตรงที่พวกซอมบี้ยังไม่รู้ตัวว่าพวกเธอซ่อนตัวอยู่ ดังนั้นจึงยังไม่ต้องรีบร้อนอะไรมากแต่ว่าจำนวนซอมบี้นั้นมีเยอะมากจะต้องใช้หลายคนไปช่วยกัน



เดคิสุงิเองก็เห็นด้วยและตอบตกลงไป หลังจากนั้นเขาจึงเริ่มเอ่ยถามว่า พวกชิสุกะได้คู่มือวิธีการปลดล๊อคประตูนิรภัยที่ไปยังสวนหลังโรงเรียนแล้วไม่ใช่เหรอ


ซึ่งโนบิตะเกือบจะลืมเรื่องนี้ไปเลยทีเดียว เขาจึงโทรกลับไปถามเซย์นะอีกครั้ง




เซย์นะจึงได้อธิบายร่ายยาวเกี่ยวกับวิธีการปลดล๊อคระบบรักษาความปลอดภัยภายในตัวโรงเรียนซึ่งได้มาจากคู่มือที่พวกเธอพบเจอ ซึ่งบอกถึงวิธีการต่างๆ (ที่ออกจะยาวนิดๆ)



หลังจากได้ฟังทั้งหมด โนบิตะจึงกล่าวขอบคุณเซย์นะและให้สัญญาว่าจะรีบตามไปช่วยให้เร็วที่สุดก่อนที่จะวางสายไป


นอกเหนือจากนั้นเดคิสุงิยังบอกอีกว่า ทางด้านเขานั้นได้เก็บกุญแจห้องวิทยาศาสตร์ (ซึ่งอยู่ข้างห้องเก็บอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ที่พบยาสุโอะกับโดราเอม่อน) ได้ไม่นานมานี้ เขาจึงบอกว่าจะลองไปตรวจสอบดูสักหน่อย


โนบิตะจึงบอกกับเดคิสุงิว่า ขอให้ระวังตัวด้วยเพราะว่านั่นเป็นห้องข้างๆห้องที่เขาพบกับยาสุโอะที่ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสไม่แน่ว่าอาจจะมีตัวอันตรายรออยู่ก็เป็นได้


ก่อนที่จะแยกย้ายกันออกสำรวจต่อ โนบิตะก็ได้ฝากให้โดราเอม่อนช่วยดูแลยาสุโอะด้วย


และในตอนนั้นเองที่ชิรามิเนะได้เดินกลับเข้ามาในห้องพอดี


เขาได้พูดลอยๆออกมาว่าเขาได้ยินเสียงอะไรบางอย่างในห้องวิทยาศาสตร์..


และทันใดนั้นเขาก็เหลือบหันไปมองเห็นโดราเอม่อนพอดี ทำให้เขาสะดุ้งตกใจพร้อมกับชักปืนออกมาและเล็งไปทางโดราเอม่อนพร้อมกับตะโกนว่า

"เฮ้ย!! สัตว์ประหลาด!!!"


ทำเอาทุกคนในห้องช็อกกันถ้วนหน้าโดยเฉพาะโดราเอม่อนที่โดนปืนจ่ออยู่

 


โนบิตะจึงพยายามเกลี้ยกล่อมชิรามิเนะว่า

"ดะ..เดี๋ยวก่อนสิ นี่ไม่ใช่สัตว์ประหลาดนะ"



แต่ชิรามิเนะยังไม่เข้าใจจึงได้ตอบโนบิตะกลับไปว่า

"พูดอะไรของนายน่ะ เจ้านี่ดูแล้วมันใช่คนซะที่ไหน แถมจะเป็นพวกเดียวกับเจ้าพวกนั้นบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้!!"

เดคิสุงิจึงพยายามหาคำพูดที่ช่วยกันสงบสติอารมณ์ของชิรามิเนะ

"ช่วยเอาปืนลงก่อนเถอะ! เขา(?)ชื่อโดราเอม่อน เป็นหุ่นยนต์ที่เป็นเพื่อนของเราที่มาจากอนาคต"



แต่เดคิสุงิเองก็แอบคิดในใจว่า (พูดไปมันคงน่าเชื่ออยู่หรอกนะ - -)


โนบิตะจึงพยายามเสริมย้ำอีกว่า ยังไงก็แล้วแต่ช่วยพูดกันดีๆก่อน โดราเอม่อนไม่ใช่สัตว์ประหลาดนะ เขาเป็นเพื่อนเรา ได้โปรดเชื่อหน่อยเถอะ

 

ทันใดนั้นชิรามิเนะก็ใจเย็นลงแล้วเอาปืนวางก่อนที่จะบอกว่า

"ถ้าทั้งสองคนพูดถึงขนาดนั้น ฉันจะลองเชื่อดูก็ได้"


แล้วเขาก็เริ่มหันกลับมาพูดคุยอีกครั้งแต่ดันเกือบลืมไปว่า เอ...แล้วฉันมาทำอะไรที่นี่เนี่ย..


แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ในเวลาไม่นานนักว่า ใช่แล้ว เขากำลังเดินสำรวจอยู่และพบอะไรบางอย่างส่งเสียงประหลาดออกมาจากห้องวิทยาศาสตร์ เขาอยากจะลองเข้าไปตรวจสอบดูหน่อยแต่เข้าไปไม่ได้เพราะห้องมันล็อคอยู่ จึงถามว่ามีใครมีกุญแจให้ยืมบ้าง


ทางเดคิสุงิจึงตอบออกมาว่า ถ้าเป็นกุญแจห้องวิทยาศาสตร์ล่ะก็เขามีอยู่


ชิรามิเนะจึงบอกว่า ถ้างั้นขอยืมกุญแจหน่อย เขาจะไปตรวจสอบในห้องเอง

 

แต่เดคิสุงิกลับบอกว่า ทางเขาขอเป็นคนไปเองดีกว่า และบอกกับชิรามิเนะว่า ได้ข่าวว่าเขากำลังตามหาเพื่อนรุ่นพี่ระดับชั้นเดียวกับเขาที่พึ่งรู้ว่าซ่อนตัวอยู่ในโรงเรียนที่ใดที่หนึ่งไม่ใช่หรอกหรือ เรื่องตรวจสอบสถานที่ขอให้เป็นหน้าที่ของพวกเขาที่มีเพื่อนๆจำนวนมากดีกว่า


เมื่อได้ยินดังนั้นชิรามิเนะจึงใจอ่อนและบอกฝากให้เขาช่วยตรวจสอบห้องวิทยาศาสตร์แทนก็แล้วกัน ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป  เดคิสุงิจึงได้ขอแยกกับโนบิตะและมุ่งหน้าไปตรวจสอบห้องวิทยาศาสตร์ตามที่ชิรามิเนะขอร้องไว้




เนื้อเรื่องจะเป็นอย่างไรโปรดติดตามต่อในบทความถัดไปใน

แสดงความเห็นบน Facebook!

ไม่มีความคิดเห็น :

แสดงความคิดเห็น