" />

วันอังคารที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2556

โดราเอม่อนกับโนบิตะลุยไบโอฮาซาร์ด Muda ni Kaizouban [เนื้อเรื่องส่วนที่ 1.5] : Side Story - ภาคเดคิสุงิ (ตอนจบ)

เนื้อหาในบทความนี้เป็นเนื้อหาภาคต่อของบทความนี้>> โดราเอม่อนกับโนบิตะลุยไบโอฮาซาร์ด Muda ni Kaizouban [เนื้อเรื่องส่วนที่ 1.5] : Side Story - ภาคเดคิสุงิ (ตอนต้น)

ซึ่งเป็นเรื่องราวการผจญภัยภาคต่อของเดคิสุงิเมื่อเกิดเหตุการณ์หายนะในเมือง ผู้คนเริ่มติดเชื้อและกลายเป็นซอมบี้ออกอาละวาดกัดกินผู้อื่นไปทั่ว





บันทึกสังเกตการณ์ของเดคิสุงิ (ตอนจบ) : เรื่องราวการเอาตัวรอดของเด็กหนุ่มอัจฉริยะ

เดคิสุงิได้เปิดฉากเล่าเรื่องของตัวเองให้ฟังว่าเขาได้ตื่นมาในตอนเช้าก็พบว่าบ้านที่อยู่ด้านข้างในไฟลุกไหม้ลามมาถึงบ้านเขา ซึ่งเขาสังเกตการณ์จากในห้องของตัวเองสักพัก ก็เห็นว่าพ่อแม่ของเขาที่ออกไปช่วยเหลือเพื่อนบ้าน กลับถูกเพื่อนบ้านกัดและล้มลงไปก่อนที่จะลุกขึ้นมาด้วยท่าทางแปลกๆ ซึ่งเขารู้ทันทีตามสถานการณ์ที่เขาเคยดูตามเนื้อเรื่องภาพยนตร์หรือการ์ตูนเกี่ยวกับซอมบี้มาก่อน ถึงแม้เขาจะไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนั้นแต่สัญชาตญาณของเขาบ่งบอกว่าสิ่งที่มันน่าจะเป็นแค่เรื่องราวสยองขวัญในสื่อบันเทิงกลับกลายเป็นจริงขึ้นมาแล้ว และตอนนี้เขาต้องรีบหาทางออกจากบ้านโดยด่วน



เดคิสุงิจึงตัดสินใจปีนหนีออกมาทางหน้าต่างภายในห้องเขาลงมาอยู่ที่ซอยเล็กๆข้างบ้าน ซึ่งที่นั่นเขาก็พบว่ามีซอมบี้ตัวหนึ่งดักรอเขาอยู่


"ต้องหาทางหนีจากเจ้าพวกนี้ให้ได้ อย่าให้จนมุมเด็ดขาด!!"


เดคิสุงิจึงใช้ทักษะด้านร่างกายที่เหลือเฟือของเขาวิ่งผ่านซอมบี้ที่เชื่องช้าไปได้อย่างง่ายดายแม้จะอยู่ในซอยเล็กๆแคบๆ


ถึงแม้จะถูกซอมบี้ล้อมถึง 3 ด้าน เขาก็ยังคงสามารถเอาตัวรอดได้โดยไม่มีรอยขีดข่วนเลยแม้แต่น้อย


เขาเดินออกมาตามทางซอยเรื่อยๆจนออกมาถึงถนน ซึ่งเขาพบว่าบริเวณนั้นมีกล่องสิ่งกีดขวางเต็มไปหมด







เขามองไปยังเบื้องหน้าข้ามกล่องไปก็สังเกตเห็นรถบรรทุกที่ลุกไหม้อยู่ เขาประเมินสถานการณ์แล้วว่า เส้นทางที่เขาจะไปต่อได้มีแต่เส้นทางนั้น และต้องรีบแล้วด้วยเพราะว่าซอมบี้ที่ไล่ตามหลังเขามานั้นกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แถมถ้าปล่อยให้ช้ากว่านี้ไฟจะลุกลามไหม้มาถึงบริเวณที่เขาอยู่ แถมเส้นทางด้านหลังก็เต็มไปด้วยกล่องขนาดใหญ่ซึ่งสูงเกินกว่าที่เขาจะปิดข้ามไปได้อีกด้วย


เดคิสุงิจึงพยายามผลักกล่องที่ขวางทางอยู่ออกไปให้พ้นทางเพื่อสร้างเส้นทางหลบหนีให้เขา (ซึ่งตรงนี้หากเป็นเกมจะเป็นการใช้หัวในการแก้ปริศนาการดันกล่องให้ถูกทางด้วยเพราะหากกล่องทับขึ้นมา 2 ชั้นจะไม่สามารถดันได้)


ในที่สุดเดคิสุงิก็หลุดออกมาจากกล่องเขาวงกตได้ก่อนที่ไฟจะลามไปถึงเขา


อีกทั้งเขายังสามารถวิ่งผ่านซอมบี้ถึง 3 ตัวซ้อนกันที่หลบอยู่ด้านหลังกล่องในระยะประชิดได้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บอีกด้วย (ถึงแม้ว่าเขาจะตกใจเล็กน้อยแต่ก็มีสติพอที่จะรับมือกับสถานการณ์เบื้องหน้าได้ทันท่วงที)


เขาเดินวิ่งหนีมาตามเส้นทางถนนเรื่อยๆเพื่อหาสถานที่ที่เขาคิดว่าหลบภัยได้ดีที่สุด จนกระทั่งเดินหนีพวกซอมบี้มายังหัวมุมแห่งหนึ่ง ซึ่งที่นั่นเขาได้พบผู้ชายที่กำลังบาดเจ็บสาหัสเลือดไหลเต็มตัวจากการถูกทำร้าย

"อา..."



"เฮ้..คุณ...เป็นอะไรหรือเปล่า!? ทำใจดีๆไว้นะครับ?"

เดคิสุงิรีบวิ่งเข้ามาดูอาการของเขาทันทีซึ่งดูสาหัสมาก แต่เขากลับปัดมือเดคิสุงิทิ้งราวกับว่าเขาไม่ต้องการให้เดคิสุงิเข้ามาช่วยเหลือเขาเพราะเขารู้ตัวว่าคงไม่รอดแน่ แต่ก่อนหน้านั้นเขาได้พูดอะไรบางอย่างออกมา

 

"ทะ...ที่กำลัง...ต้องสร้างมัน......ไม่ยังงั้น..."

หลังจากนั้นไม่นานก็มีเลือดพุ่งออกมาจากชายคนนั้นอย่างรุนแรงก่อนที่เขาจะสิ้นใจไป เดคิสุงิไม่อาจช่วยเหลืออะไรเขาได้อีกแล้ว เขาจึงกลับมาคิดทบทวนสิ่งที่ชายคนนั้นพูด


"ที่กำบังงั้นเหรอ?"


เดคิสุงิจึงเดินออกไปดูเส้นทางเบื้องหน้าซึ่งเขาพบว่า..


เส้นทางเบื้องหน้านั้นมีลักษณะที่เปิดโล่งออกเป็นลานกว้างซึ่งบริเวณรอบข้างนั้นมีกล่องวางเรียงกระจัดกระจายเต็มไปหมด ซึ่งเส้นทางเบื้องหน้านั้นคงจะเต็มไปด้วยซอมบี้จำนวนมาก



เดคิสุงิจึงเข้าใจทันทีว่า ที่กำบังที่ชายคนเมื่อสักครู่พูดถึงนั้นคงหมายถึงการสร้างสิ่งกีดขวางมากั้นเส้นทางบนถนนนี้เองเมื่อดูจากสภาพแวดล้อมรอบข้างซึ่งเห็นได้ว่ามีคนรวบรวมอุปกรณ์สร้างที่กำบังอย่างพวกกล่องให้แล้ว ทีนี้ภารกิจที่ยังทำไม่สำเร็จก็คือการสร้างที่กำบัง


"วะ เวลาไม่มีแล้ว ยังไงก็ต้องสร้างจุดปลอดภัยตรงนี้ก่อน!!"  เขาตระหนักได้ว่าหากไม่รีบสร้างที่กำบังล่ะก็จะมีพวกซอมบี้จำนวนมากบุกเข้ามาโดยที่ไม่สามารถป้องกันได้ หากว่าเขาหนีไปจนเจอทางตันก็คงไม่มีโอกาสรอดแน่



เดคิสุงิขึงใช้แรงของตนผลักกล่องที่วางอยู่ใกล้ๆมาสร้างเขตที่กำบังไว้ทั้งหมด


กล่องแล้ว กล่องเล่า ด้วยแรงตัวเองคนเดียว!!!


กล่องทั้ง 6 ถูกตั้งเรียงกันขวางเส้นทางอย่างสวยงาม ณ ตอนนี้เขาได้สร้างที่กำบังเสร็จแล้ว



เขาจึงเดินทางออกมาตามซอยเล็กๆที่อยู่ใกล้ๆเพื่อหาทางไปต่อจนกระทั่งได้มาพบเหตุการณ์หนึ่งเข้า นั่นก็คือ...เขาเห็นชายหัวโล้นผู้สูงวัยคนๆหนึ่งนอนบาดเจ็บอยู่ท่ามกลางกองไฟ และมีคน 2 คนพยายามจะเข้าไปช่วย แต่ก็ไม่สามารถเข้าไปใกล้ได้เพราะว่าไฟที่อยู่ด้านนอกนั้นแรงมาก



"อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!"

ชายวัยกลางคนที่อยู่ด้านในร้องด้วยเสียงโหยหวน เขาได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถขยับได้แถมไฟไหม้ก็ยังลามเข้ามาล้อมเขาเรื่อยๆจนในที่สุดมันก็เริ่มไหม้ตัวเขา


"คุณพ่อคะ!!!" ผู้หญิงที่อยู่ในเหตุการณ์ร้องเรียกชายคนที่อยู่ในกองไฟนั้น


"พ่อ!!!" ผู้ชายเองก็เรียกแบบเดียวกันทำให้เดคิสุงิรู้ว่า พวกเขาทั้ง 2 คนคือลูกของชายที่ตกอยู่กลางกองไฟนั่นเอง


"ยะ แย่แล้ว!!!"


"อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก"

ในที่สุดไฟที่อยู่รอบข้างก็กลืนร่างชายในกองเพลิงจนตัวติดไฟพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนของชายคนนั้น


"ไฟแรงมาก!! เข้าไปไม่ได้เลย!!"

ผู้เป็นลูกสาวพยายามเข้าไปใกล้แต่ไม่สามารถเข้าไปใกล้ได้


"ทำยังไงดี ทำยังไงดี!? ขืนเป็นแบบนี้พ่อได้ตายแน่!!"



ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์บังคับ (เพราะว่าในเกมคนทั้งสองคนนั้นยืนขวางทางเดินอยู่ เราจึงไม่สามารถเดินต่อไปได้) เดคิสุงิจึงรีบวิ่งกลับไปทางที่เขาเคยผ่านมาเพื่อหาวิธีช่วยเหลือชายคนนั้นทันที

เขาวิ่งฝ่าฝูงซอมบี้ที่อยู่รอบข้างแล้วเดินเข้าไปในห้องเก็บของในบ้านแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้ๆ



ในห้องเก็บของนั้นเขาได้พบกับถังดับเพลิงพอดีจึงหยิบมันออกมา


ดูเหมือนว่าตอนที่เขาหยิบถังดับเพลิงนั้นก็มีซอมบี้ตัวหนึ่งบุกเข้ามาทางประตูที่เขาเข้ามาพอดี แต่เดคิสุงิก็สามารถใช้ทักษะส่วนบุคคลในการเอาตัวรอดพร้อมกับหิ้วถังดับเพลิงออกมาจากบ้านโดยปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน


เขาวิ่งหิ้วถังดับเพลิงย้อนกลับออกมาทางเดิม (และก็พบว่าลูกของชายในกองเพลิงทั้งสองคนก็ยังลุกลี้ลุกลนหาทางออกไม่ได้)

"ขอโทษนะครับ!! ขอทางหน่อย!!!"


เมื่อทั้งคู่เห็นถังดับเพลิงในมือของเดคิสุงิจึงตัดสินใจหลีกทางให้ เดคิสุงิจึงใช้ถังดับเพลิงพ่นสารที่ใช้ดับไฟออกมาทันที ระหว่างที่ฉีดไปด้วยเขาก็ยังคงกังวลอยู่ว่าจะช่วยทันการไหม


สารดับเพลิงสีขาวถูกพ่นเข้าใส่เปลวไฟรอบนอกอย่างต่อเนื่องจนในที่สุด




เปลวไฟรอบนอกได้หายไปเผยให้เห็นร่างของชายที่กล้ามเนื้อถูกเผาไหม้จนแดง!!!



"คะ...คุณพ่อคะ..." "พ...พ่อ.."



ลูกทั้งสองของชายคนนั้นจึงรีบวิ่งเข้ามาดูอาการทันที ทำให้เดติสุงิหนักใจมากขึ้นว่า...

"ทะ ทันไหมนะ?"


"อะ.....ฮะ..... ยะ......ยัง......ไม...."

ดูเหมือนว่าชายที่ถูกไฟครอกทั้งตัวจะเปล่งเสียงออกมาได้อยู่ ซึ่งทำให้ทั้งสามคนรู้สึกโล่งอกไปเปลาะนึงที่ชายคนนั้นยังไม่ตาย แต่อาการก็ยังน่าเป็นห่วงอยู่ดี


"ขอบคุณที่ช่วยพ่อฉันนะ ต่อจากนี้เดี๋ยวจากนี้พวกฉันจะพาพ่อไปส่งโรงพยาบาลเอง.."

ผู้ที่เป็นลูกชายได้กล่าวขอบคุณเดคิสุงิ


"ไม่เป็นไรแน่นะ? ระหว่างทางไปโรงพยาบาลอาจจะเจอพวกคนแปลกๆเล่นงานก็ได้"

เดคิสุงิเองก็ยังคงเป็นห่วงพวกเขาอยู่ดีว่าอาจจะถูกพวกซอมบี้ดักซุ่มโจมตีกลางทางหรือเปล่า


"ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวฉันจะใช้รถยนต์ส่วนตัวที่บ้านไปส่งเอง"

หลังจากที่ชายคนนั้นให้เหตุผลเสร็จเขาก็พูดต่อ...


"ว่าแต่เธอน่ะ รีบหาที่ปลอดภัยดีกว่า ตอนนี้พวกตำรวจได้ประกาศให้ทุกคนไปหลบในเขตโรงเรียนที่อยู่ใกล้ๆแล้วนะ!!"


"โรงเรียนที่อยู่ใกล้ๆ.......เอ๊ะ โรงเรียนผมนี่นา"


"เอายังงั้นก็ได้ เดี๋ยวผมจะมุ่งลองไปที่นั่นดู"


"ระวังตัวด้วยนะ..."

และตอนนั้นเองที่เดคิสุงิก็ได้คิดหนักในใจว่า จากเส้นทางนี้ไปยังโรงเรียนของเขาสามารถไปได้สองทางคือ..
 

- ถนนทิศเหนือ : ย่านร้านค้า
- ถนนทิศใต้ : สวนสาธารณะ
(ซึ่งในตัวเลือกนี้เดคิสุงิเลือกใช้เส้นทางถนนทิศเหนือ)


"ถ้างั้นผมจะลองไปที่โรงเรียนดูนะครับ ขอให้ทุกคน..ระวังตัวด้วย"


หลังจากนั้นเดคิสุงิจึงมุ่งหน้าไปยังเส้นทางถนนทิศเหนือซึ่งเป็นเขตร้านค้า เขาได้พบเห็นร่างของชายคนหนึ่ง...ซึ่งขอร้องให้เดคิสุงิรีบปิดทางออกของร้านโดยด่วนเพราะด้านในนั้นมีซอมบี้อยู่เต็มไปหมดก่อนที่จะสิ้นใจไป (อีกแล้ว)



เดคิสุงิจึงต้องเลื่อนลังไม้มาปิดกั้นประตูร้านไว้ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังโรงเรียน


ในที่สุดเขาก็เดินมาถึงหน้าประตูโรงเรียนและพบว่าบรรยากาศรอบข้างนั้นดูวังเวงเหลือเกิน ไม่น่าจะใช้เป็นสถานที่สำหรับลี้ภัยด้วยซ้ำ 


ยังไงก็แล้วแต่ เขาคงจะไม่มีทางเลือกอื่นมากนักจึงตัดสินใจที่จะลองเดินเข้าไปดูในโรงเรียนก่อน และเขาเองก็ได้แต่คิดว่าบางทีพวกโนบิตะอาจจะมารวมตัวกันที่นี่ก็ได้ (คนเขียน : นี่แกคิดถึงโนบิตะเหรอ!?)


"เฮ้อ ในนี้จะเจอใครบ้างล่ะเนี่ย..."
 


เดคิสุงิได้เดินเข้าอาคารเรียนซึ่งบรรยากาศรอบข้างนั้นเต็มไปด้วยซากศพเต็มไปหมด จนกระทั้งเดินเข้าในห้องพยาบาลทำให้เขาแทบตกใจเมื่อพบว่ามีใครบางคนใช้ปืนพกจ่อเขาอยู่


"เหวอ!!"


"....อ้าว...นายมัน....รุ่นน้องในตอนนั้นนี่หว่า..."

คนที่เอาปืนจ่อเดคิสุงิไว้คือรุ่นพี่ปี 6 ที่ชื่อชิรามิเนะที่เขาเคยเจอเมื่อ 3 วันก่อนนั่นเอง


ชิรามิเนะดูท่าทีเขาสักพักและเมื่อมั่นใจว่าเขาไม่ได้เป็นซอมบี้หรือโดนทำร้ายมา ชิรามิเนะจึงลดปืนลงพร้อมกับเดินไปล๊อกประตูห้องก่อนจะเอ่ยถามเดคิสุงิ

"ไม่เป็นอะไรใช่ไหม..."


"คะ ครับ...ไม่เป็นอะไร"


เดคิสุงิกับชิรามิเนะต่างเงียบไปสักพักและตอนนั้นเองที่เดคิสุงิอยากจะพูดถามอะไรสักอย่าง..

"เอ่อ คือว่า..!!"


"ถ้าคิดจะถามในเรื่องที่เกิดขึ้นล่ะก็ ฉันคงต้องขอบอกไว้ก่อนว่าฉันเองก็ไม่รู้เหมือน"

ชิรามิเนะได้พูดดักคอขึ้นมาก่อน


"นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกันก็ไม่รู้ พอฉันตื่นขึ้นมาก็พบว่าทั้งพ่อทั้งแม่ทั้งพี่ชายของฉันก็ถูกพวกคนประหลาดนั่นฆ่าตายหมดแล้ว"


ชิรามิเนะได้เล่าเรื่องน่าเศร้าที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของเขาให้เดคิสุงิฟังทำให้เดคิสุงิพูดอะไรไม่ออก เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับรุ่นพี่นั้นเหมือนกับเขาไม่มีผิด


 หลังจากนั้นชิรามิเนะก็ได้เล่าต่อว่า ตอนที่เขามาถึงที่นี่คนแรกนั้นเขาก็พบว่าตัวเองนั้นเป็นคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ที่นี่ เขาได้พยายามเดินสำรวจไปทั่วห้องแต่ก็ไม่พบกับใครที่ยังมีชีวิตอยู่เลย (ซึ่งคนพวกนั้นอาจจะกำลังซ่อนตัวอยู่ก็ได้)


"งั้นเหรอครับ"


และในตอนนั้นเองทั้งคู่ก็ได้ยินเสียงของใครบางคนดังขึ้นจากข้างนอกห้อง

"เฮ้ย...มีใครอยู่ในนี้ไหม"


"ไจแอนท์..บางทีในห้องอาจจะมีเจ้าพวกนั้นก็ได้นะ.."


และอีกเสียงเป็นเสียงของเด็กผู้หญิง

"แต่อย่างน้อย ก็น่าจะปลอดภัยกว่าข้างนอกนะ"


"เฮ้ย! ใครมันมากันตอนนี้ฟะ!!"

ชิรามิเนะบ่นอุบอิบอย่างไม่พอใจ


แต่เสียงของกลุ่มคนที่ดังมาจากข้างนอกห้องนั้นเดคิสุงิรู้จักดีนั่นก็เพราะ..

"เสียงนี้มัน...ทุกคน....กลับมากันแล้วสินะ!!"


"เฮ้! ทุกคน....ทางนี้ๆ"

เดคิสุงิจึงตัดสินใจตะโกนเรียกคนที่อยู่ข้างนอกซึ่งเป็นคนที่พวกเขารู้จักดี ซึ่งก็คือไจแอนท์ ซูเนโอะและชิสุกะนั่นเอง


"เอ๋...เสียงนี้...เดคิสุงิซังใช่ไหมจ้ะ!?"

ชิสุกะเอ่ยปากถาม


"ในห้องพยาบาลเนี้ยน่ะเหรอ!?"

ไจแอนท์ถามย้ำ


"รีบเข้าไปกันเถอะน่า.."

ซูเนโอะบอกกับพวกเขา


เมื่อได้ยินดังนั้นชิรามิเนะจึงถามเดคิสุงิว่า...

"คนรู้จักงั้นเหรอ?"


"อือ...เพื่อนของผมเอง.."


 "พวกเขาเป็นคนที่ไว้ใจได้นะครับ ถ้าเป็นพวกเขาล่ะก็..ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็จะสามารถผ่านพ้นไปได้ด้วยดีแน่นอน..."


"อ่า...ให้มันจริงอย่างที่ว่าเถอะ...ยังไงก็แล้วแต่ตอนนี้ก็คงต้อง..."

 แล้วเดคิสุงิก็เปิดประตูต้อนรับเพื่อนๆของเขาให้เข้ามาในห้อง....


เรื่องราวทุกอย่างจึงมาบบรรจบกันที่บทความนี้ >>> โดราเอม่อนกับโนบิตะลุยไบโอฮาซาร์ด Muda ni Kaizouban [เนื้อเรื่องส่วนที่ 2]



และแล้วก็ปิดฉากไซด์สตอรี่ของเดคิสุงิ...ซึ่งเดคิสุงิได้ทิ้งท้ายไว้ประมาณว่า...เขาพยายามยืดหยัดขึ้นพร้อมกับหาวิธีต่างๆที่จะเอาตัวรอดและแก้ไขหายนะครั้งนี้.แต่ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะใหญ่เกินไปสำหรับเขาเพียงลำพัง...จนกระทั่งเขาได้พบกับพวกเพื่อนๆร่วมห้องภายในโรงเรียนอีกครั้ง เขาสัมผัสได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่ออกมาจากพวกเขา ถึงแม้ว่าตัวเขา (เดคิสุงิ) เองจะไม่เคยได้ร่วมผจญภัยกับพวกเพื่อนๆมาก่อน... (ในภาคมูฟวี่เดคิสุงิไม่ได้ผจญภัยร่วมกับพวกโนบิตะเลย) แต่ดูเหมือนว่าคราวนี้เขาจะต้องเข้ามารวมกลุ่มผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตไปพร้อมกับผองเพื่อนครั้งนี้เสียแล้ว


ซึ่งนับได้ว่าเป็นการเปิดตัวการผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของพวกโนบิตะที่มีเดคิสุงิเข้ามาร่วมในกลุ่มเป็นครั้งแรกนั่นเอง.... เดคิสุงิจึงตั้งมั่นว่า เขาจะต้องหาทางแก้ไขปัญหาและพาเพื่อนทุกคนให้อยู่รอดปลอดภัยจากวิกฤติการณ์ครั้งนี้ให้ดีที่สุด...และต้องกำจัดตัวการของต้นเหตุทั้งหมดให้จงได้....

แสดงความเห็นบน Facebook!

2 ความคิดเห็น :